02 มิถุนายน 2554

Health & Life Style : 10 ความเสี่ยงของผู้หญิงยุคใหม่

10 ความเสี่ยงของผู้หญิงยุคใหม่
หลายๆ คนอาจมองข้ามและละเลยการดูแลโครงสร้างร่างกายให้สมดุล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีและมีโครงสร้างร่างกายที่ แข็งแรง
เมื่อพูดถึงเรื่องสุขภาพ และความสวยความงาม แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสาวๆ ทุกคน โดยเฉพาะการเอาใจใส่ดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสาวเฮลท์ตี้ทุกคน
 ทราบหรือไม่ว่านอกจากนี้แล้ว การให้ความสำคัญกับการดูแลโครงสร้างร่างกายให้สมดุล ซึ่งหลายๆ คนอาจมองข้ามและละเลย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีและมีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรงสวยงามเช่นกัน
 แต่พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ดำเนินชีวิตของสาวๆในยุคปัจจุบัน ล้วนเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปวดกล้ามเนื้อ ปวดคอ ปวดหลัง โดยเฉพาะสาวออฟฟิศอย่างเรา ๆ ที่มักจะนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นประจำ หรือการอยู่ในอิริยาบถเดิม ๆ เป็นเวลานาน
 คพ.ดร.มนต์ทณัฐ โรจนาศรีรัตน์  ไคโรแพรคติกแพทย์ กล่าวว่า ความผิดปกติของโครงสร้างร่างกายส่วนใหญ่มักเกิดจากการมี พฤติกรรมของการใช้ร่างกายอย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะระบบข้อต่อ การมีอิริยาบถในชีวิตประจำวันที่ผิดท่าทาง และเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนทำให้เกิดการเกร็งผิดปกติของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะส่งผลต่อกระดูกซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย และส่งผลเสียต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ตามมา
 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้การทำงานของโครงสร้างร่าง กายเกิดความสมดุล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การทำจิตใจให้เบิกบาน และการพักผ่อนให้เพียงพอ
 สำหรับพฤติกรรมเดิมๆ ที่คุณผู้หญิงอาจทำด้วยความเคยชินเป็นประจำทุกวัน แต่กลับเป็นการทำร้ายโครงสร้างของร่างกายให้เสียสมดุลโดยที่คุณไม่รู้ตัว
 พฤติกรรมแรกที่เห็นได้อย่างชัดเจน ก็คือ การใส่รองเท้าส้นสูง ซึ่งเป็นที่มาของอาการปวดบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น เท้า ที่ต้องทำหน้าที่รักษาสมดุล ความลาดเอียงของรองเท้าส้นสูงที่มีมากเกินไปจะส่งผลต่อกระดูกที่ ฝ่าเท้าอาจมีอาการปวดเมื่อยจนอักเสบ น่อง ลักษณะการเดินเขย่งเมื่อใส่รองเท้าส้นสูงจะทำให้กล้ามเนื้อน่องสั้นขึ้น บริเวณน่องเกิดความตึงตัว การไหลเวียนของเลือดเกิดการติดขัด ข้อเท้า
 การขยับข้อเท้าในขณะสวมรองเท้าส้นสูงอยู่นั้น หากทำผิดจังหวะก็อาจทำให้ข้อเท้าแพลงได้ เข่า ต้องรับน้ำหนักมากขึ้น อาจทำให้เกิดอาการปวด โรคกระดูก หรือข้อต่ออักเสบ หลัง การใส่ส้นสูงทำให้เดินเหมือนเขย่ง กล้ามเนื้อขาและลำตัวต้องทำงานมากขึ้น บริเวณหลังจะเกิดการแอ่นมาก ซึ่งจะนำมาสู่การปวดหลังนั่นเอง
 ดังนั้นการใส่รองเท้าส้นสูงที่เหมาะสมและไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเท้า จึงควรเป็นรองเท้าที่มีความสูงไม่เกิน 1 นิ้วครึ่ง งานนี้สาวๆ ที่นิยมใส่รองเท้าส้นสูงมากๆ คงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยด่วน ที่สำคัญอย่าลืมสลับการใส่รองเท้าส้นสูงของคุณกับรองเท้าส้นเตี้ยบ้าง เพื่อให้เท้า ขา เข่า และหลังคุณได้พักบ้าง จะสวยสูงสง่าแล้วก็ต้องไม่ลืมเรื่องสุขภาพด้วย
 ส่วนคุณผู้หญิงที่ชอบพกพาของจุกจิกทุกสิ่งทุกอย่างไปด้วยทุกที่ทุกเวลา ก็จัดเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมเสี่ยงเช่นกัน เพราะด้วยความเคยชินที่ต้อง สะพายกระเป๋าหนักๆ ใบนั้น ด้วยไหล่ข้างเดียวนานๆ ทำให้ร่างกายของคุณต้องทำงานหนักเพียงซีกเดียว ซึ่งจะส่งผลให้กระดูกคดได้
 ดังนั้นคุณจึงควรหันมาใส่ใจในเรื่องนี้ให้มากขึ้น โดยการนำของที่ไม่จำเป็นออกจากกระเป๋าไปเสียบ้าง และพยายามสลับข้างสะพายบ้าง หรือเปลี่ยนมาใช้วิธีถือแทนการสะพาย เพื่อให้ร่างกายทั้งสองข้างมีความสมดุล
 ส่วนข้อนี้สาวนักช้อปคงต้องระวังให้ดี นั่นคือ การหิ้วของหนักๆ ด้วยนิ้วเพียงบางนิ้ว เนื่องจากการใช้นิ้วหิ้วของหนักบ่อยๆ จะทำให้เกิดพังผืดยึดตามข้อนิ้วมือ เพราะกล้ามเนื้อมือและนิ้วเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็กมีหน้าที่ในการใช้หยิบจับ ของเบาๆ
 หากต้องใช้จับหรือหิ้วของหนักๆ จะทำให้เส้นเอ็นมีการเสียดสีและเกิดพังผืดขึ้นในที่สุด และการหิ้วของหนักมากๆ จะทำให้กล้ามเนื้อมัดอื่นๆ ถูกรั้ง และเกี่ยวโยงไปถึงกระดูกคอ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งมากกว่าปกติ ซึ่งจะมีผลต่อการทรุดของกระดูกและกดทับเส้นประสาทได้
นอก จากนี้คุณผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านก็ควรหลีกเลี่ยงการบิดผ้าซ้ำๆ อย่างรุนแรง เพราะเสี่ยงต่อการที่ปลอกหุ้มเอ็น และเข็มขัดรัดเส้นเอ็นที่นิ้วมืออักเสบ
 พฤติกรรมต่อมาของคุณผู้หญิงก็คือ นั่งไขว่ห้าง อาจเป็นเพราะความสบายหรือด้วยท่วงท่าที่ดูสง่าและสวยงามในขณะนั่ง จึงเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่สาวๆ นิยมทำกันมาก แต่ทราบหรือไม่ว่าว่าการนั่งไขว่ห้างเป็นการทิ้งน้ำหนักตัวลงที่ก้นข้างใด ข้างหนึ่งมากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้กระดูกของบริเวณนั้นคดหรือผิดรูปการนั่งเก้าอี้ไม่เต็มก้น สาวๆที่มักพยายามสงวนท่าทีในการนั่งให้ดูดี หรือเพราะความเคยชินในการการนั่งเก้าอี้แบบไม่เต็มก้น ทราบหรือไม่ว่าคุณกำลังทำให้กล้ามเนื้อหลังของคุณต้องทำงานหนัก เพราะฐานในการรับน้ำหนักตัวแคบเกินไป แต่ในทางตรงข้าม ถ้านั่งเก้าอี้ให้เต็มก้น โดยการเลื่อนก้นให้เข้าไปถึงด้านในสุดจนติดพนักพิง จะทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานน้อยลง และเกิดการรองรับน้ำหนักตัวได้เต็มที่นั่นเองการนั่งหลังงอ ห่อไหล่ โดยเฉพาะสาวๆ ที่นั่งทำงานในออฟฟิศซึ่งต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานนานๆ และหลายคนมักจะโน้มตัวไปจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ กระดูกและกล้ามเนื้อของไหล่ หลัง และคอก็จะค่อยๆ พัฒนาตัวเอง คือ กระดูกหลังจะงอ กระดูกไหล่จะห่อเข้า กระดูกคอจะยื่นไปข้างหน้าแบบถาวร เพื่อให้รองรับกับการใช้งานที่เราต้องการได้อย่างสะดวก และเป็นที่มาของโรคข้อกระดูกเสื่อม  การนั่งกอดอก สาวๆ ที่ชอบนั่งกอดอกเป็นเวลานานๆ ทราบหรือไม่ว่าคุณกำลังทำให้หลังช่วงสะบักและหัวไหล่ถูกยืดออก หลังช่วงบนจะค่อมและงุ้มไปด้านหน้าทำให้กระดูกคอยื่นไปด้านหน้า
 ซึ่งมีผลต่อเส้นประสาทที่ไปหล่อเลี้ยงแขน ซึ่งอาจทำให้มืออ่อนแรง หรือมีอาการชาได้ นอกจากนี้ยังมีผลต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองด้วย เพราะถ้ากระดูกคอ ผิดรูปไปก็จะทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็ง การไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมองจึงถูกจำกัด ซึ่งจะนำไปสู่อาการปวดศรีษะ หรืออาจทำให้เป็นไมเกรนเรื้อรังได้
 การยืนหลังแอ่น หรือยืนหลังค่อม จะทำให้แนวกระดูกช่วง ล่างแอ่นและทำให้เกิดอาการปวดหลังตามมา การยืนที่ถูกต้อง คือต้องยืนหลังตรง แขม่วท้องเล็กน้อย รวมไปถึงขณะเดินและนั่งก็ควรแขม่วท้องเล็กน้อยอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นการรักษาแนวกระดูกช่วงล่างไม่ให้แอ่น และทำให้ไม่ปวดหลัง ยืนพักขา เป็นการยืนโดยทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่ขาข้างใดข้างหนึ่งเพียงข้างเดียว ทำให้กล้ามเนื้อขาข้างนั้นๆ ต้องแบกรับน้ำหนักมากเกินไป และทำให้กระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยว ส่งผลให้กระดูกสันหลังคด การยืนที่ถูกต้องคือต้องลงน้ำหนักที่ขาทั้ง 2 ข้างเท่าๆ กัน โดยยืนให้ขากว้างเท่าสะโพก จะทำให้เกิดความสมดุลของโครงสร้างร่างกายกล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างจะไดรับน้ำหนักเท่าๆ กัน และสำหรับพฤติกรรมสุดท้ายในวันนี้ก็คือ พฤติกรรมการนอน โดยการนอนขดตัว หรือ นอนตะแคง จะทำให้กระดูกสันหลังไม่อยู่ในแนวตรง ซึ่งท่านอนที่ถูกต้อง ก็คือ ท่านอนหงาย โดยให้หน้าขนานกับเพดาน ไม่หงายไปด้านหลัง หรือ งอมาด้านหน้ามากเกินไป หมอนหนุนศรีษะก็ต้องไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป ควรมีหมอนรองใต้เข่าเพื่อลดความแอ่นของกระดูกสันหลังช่วงล่าง หากจำเป็นต้องนอนตะแคง ให้หาหมอนข้างมาก่าย โดยก่ายให้ขาทั้งหมดอยู่บนหมอนข้างเพื่อรักษาแนวกระดูกให้อยู่ในแนวตรง
 จากพฤติกรรมทั้ง 10 ข้อที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากๆ และส่วนใหญ่มักจะเกิดกับผู้หญิงที่ดำเนินชีวิตด้วยการมีพฤติกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ เป็นเวลานาน จนโครงสร้างร่าง กายไม่สมดุล เพราะมีร่างกายส่วนหนึ่งที่ต้องทำงานหนัก ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งไม่ได้ทำงานเลยนั่นเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะส่งผลเป็นอาการปวด และหากเพิกเฉย โดยที่ไม่มีการดูแลรักษา อาการปวดในส่วนนั้นจะพัฒนามากขึ้นจนยากที่จะแก้ไข
 สำหรับสาวๆ ที่กำลังเผชิญกับอาการดังกล่าว สามารถรับคำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ไคโรเมด สหคลินิก  แต่อย่างไรก็ตามการดูแลรักษาก็ต้องควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ ดำเนินชีวิตให้ถูกต้องเหมาะสมด้วยเช่นกัน ติดตามอ่านข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่ www.chairomedbangkok.com

28 พฤษภาคม 2554

เทรนด์การบริโภคอาหารนอกบ้าน : 3 สิ่งที่นักชิมอยากรู้มากสุด

เทรนด์การบริโภคอาหารนอกบ้าน : 3 สิ่งที่นักชิมอยากรู้มากสุด
 
อาหาร เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของการมีชีวิตอยู่ของคนเรา แต่ทุกวันนี้การรับประทานอาหารเป็นมากกว่าการกินเพื่อให้ท้องอิ่มผ่านไปวันๆ คนในวงการอาหารทราบมาระยะหนึ่งแล้วว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ทั่วโลกวันนี้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการกินเพื่อสุขภาพมากขึ้น ล่าสุด ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ ซึ่งดำเนินธุรกิจอาหารมาตั้งแต่ทศวรรษ 1880 โดยผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าคนอร์ เบสท์ฟู้ดส์ ลิปตัน ฯลฯ ทำงานใกล้ชิดกับผู้ประกอบธุรกิจอาหารตั้งแต่ร้านอาหารอิสระ โรงแรมชั้นนำและบริษัทรับผลิตอาหาร ก็วางเป้าหมายปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับมาตรฐานทางโภชนาการ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ด้วย 4 ภารกิจหลัก

"เราจะลดระดับความเค็มในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารอย่างต่อเนื่องอีก 15-20% หลังจากที่ลดความเค็มในผลิตภัณฑ์อาหารทั้งน้ำซุป สต็อกเบส ผงปรุงรสไปมากกว่า 25%ในปีที่แล้ว" คุณ ประสิทธิ์ ปรีชาเฉลียว กรรมการผู้จัดการ ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ ประจำประเทศไทยและประเทศเวียดนาม ให้สัมภาษณ์ ซึ่งนอกจากลดระดับความเค็มในผลิตภัณฑ์แล้ว ก็จะลดปริมาณไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) ให้เหลือน้อยที่สุด, กำจัดไขมันไม่อิ่มตัว (Removing Trans Fat) ภายในปี พ.ศ.2555 โดยใช้ส่วนประกอบที่เป็นน้ำมันพืชแทน, และลดปริมาณน้ำตาลในทุกผลิตภัณฑ์ เช่น ภายในปี พ.ศ.2557 ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมสำหรับเด็กทุกชนิดของยูนิลีเวอร์ฯ จะมีพลังทั้งสิ้น 110 กิโลแคลอรี

การวางเป้าหมายปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหาร ส่วนหนึ่งเป็นผลที่ได้จาก World Menu Report 2011 หรืองานวิจัยเทรนด์การบริโภคอาหารนอกบ้าน ซึ่งยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ ดำเนินการสำรวจข้อมูลจากผู้บริโภคจำนวน 3,500 คนจาก 7 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ รัสเซีย ตุรกี จีน เยอรมนี และบราซิล

ผลการวิจัยพบว่า 3 สิ่ง ที่คนเราต้องการรู้มากที่สุดเมื่อรับประทานอาหารนอกบ้าน คือ อาหารหนึ่งจานที่รับประทานเข้าไปนั้น มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไร เช่น ให้พลังงานหรือไขมันมากน้อยเพียงใด, อยากทราบแหล่งที่มาของอาหาร เช่น เป็นเนื้อสัตว์เนื้อปลาที่มาจากไหน ถ้าเป็นผักก็เป็นผักที่มาจากฟาร์มออร์แกนิคหรือไม่ และ วิธีการปรุง เช่น อยากทราบว่าเป็นวิธีการปรุงที่ช่วยลดการให้พลังงานหรือดีต่อสุขภาพหรือไม่

"ในประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มาก ปัจจุบันร้านอาหารหลายแห่งในญี่ปุ่นนอกจากจะบอกว่าวัตถุดิบมาจากฟาร์มไหน เช่นเนื้อวัว ยังมีการบอกข้อมูลเกี่ยวกับพ่อแม่วัวได้อีกด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในสิ่งที่รับประทาน" มร.ไฮเคิล โจฮาริ (Haikal Johari) ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ เชฟ พาร์ทเนอร์ กล่าวและว่า แม้แต่วิธีการปรุงอาหาร ผู้บริโภคก็ให้ความสำคัญมากเช่นกัน เนื่องจากมีผลในเรื่องคุณค่าทางโภชนาการ เช่น การต้ม การนึ่ง หรือวิธีแบบฝรั่งเศสที่เรียกว่า ซูส์-วี่ (Sous-Vide) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขณะนี้ คือการนำเนื้อสัตว์หรือผักใส่ในถุงสุญญากาศ แล้วทำให้สุก วิธีนี้ทำให้อาหารไม่เสียโมเลกุลหรือคุณค่าทางสารอาหารไป เป็นแนวโน้มที่ผู้บริโภคต้องการรับประทานอาหารที่สดใหม่แต่ว่าไม่ผ่านการปรุงแต่งมากนัก
"ในฐานะความเป็นเชฟ เป็นหน้าที่ของเชฟและร้านอาหารต่างๆ ที่จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบอกข้อมูลเหล่านี้กับผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคควรได้รับทราบว่าสิ่งที่เขากินเข้าไป ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีที่มาจากที่ไหนบ้าง มีส่วนผสมที่สำคัญ มีความเป็นประโยชน์เพื่อสุขภาพอย่างไรบ้าง ผู้บริโภคควรได้รับรู้ว่าการกินอาหารเพื่อสุขภาพก็สามารถมีรสชาติอร่อยและทำให้สุขภาพมีอายุยืนยาวได้" เชฟไฮเคิล กล่าว

สำหรับในประเทศไทย ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ได้สำรวจข้อมูลแยกต่างหาก พบข้อมูลที่คล้ายคลึงกัน คือ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ พิถีพิถันและใส่ใจในการรับประทานอาหารมากขึ้น แต่ข้อมูลที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ คนไทยรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเพื่อรักษารูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดี โดยกลุ่มผู้หญิงต้องการมีรูปร่างดี เพราะต้องการสวมใส่เสื้อผ้าแฟชั่นได้สวยงาม ส่วนกลุ่มผู้ชายอยากดูดี-สะอาดสะอ้านด้วยการรับประทานอาหารเพื่อสร้างสุขภาพ

อาหารสุขภาพก็รสชาติดีได้

หลายคนมีประสบการณ์และมักคิดว่าอาหารเพื่อสุขภาพมักรสชาติอ่อนด้อยหรือไม่ก็ไม่อร่อยไปเลย แต่ความจริงแล้วอาหารเพื่อสุขภาพก็สามารถทำให้มีรสชาติที่ดีได้ นอกจากความสดใหม่ของวัตถุดิบและเครื่องปรุง เพียงใช้วิธีการปรุงที่ถูกต้องเหมาะสม อาหารเพื่อสุขภาพก็มีรสชาติอร่อยได้ รับประทานแล้วมีสุขภาพดีขึ้น จิตใจแจ่มใส ร่างกายก็มีภูมิต้านทานป้องกันมลภาวะต่างๆ มากด้วยขึ้นด้วย โดย ทีมเชฟจากยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ ได้จัดเวิร์คชอปอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งนอกจากหน้าตาอาหารสวยงาม วัตถุดิบมีประโยชน์ต่อสุขภาพ รสชาติยังชวนรับประทาน พร้อมกับได้เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาและคุณค่าของวัตถุดิบ ซึ่งเป็น 3 สิ่งที่นักชิมอยากรู้อีกด้วย

เมนูแรก Cantaloupe Ice Crystal Soup ซุปเย็นที่มีส่วนผสมของผลไม้หลายชนิดกับเนื้อล็อบสเตอร์สไลซ์ "โดยส่วนตัวผมชอบกินน้ำแข็งไส ใกล้หน้าร้อนแบบนี้ ผมก็เลยอยากทำอะไรที่ดื่มแล้วสดชื่น เลยทำเป็นซุปเย็นตัวนี้" กอสิน วงศ์อารี เวสเทิร์น ควิซีน เชฟ กล่าวและอธิบายวิธีทำว่า ตัวซุปเย็นนั้นใช้ผลไม้หลายชนิดปั่นเข้าด้วยกัน ประกอบด้วยแคนตาลูป มะละกอ (เพื่อเพิ่มรสชาติให้แคนตาลูป) แต่งรสให้เปรี้ยวสดชื่นขึ้นด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รีสองชนิด คือ โกจิเบอร์รีและซีบัคธอร์น ส่วนล็อบสเตอร์นั้นตุ๋นในแชมเปญ เคี่ยวไฟอ่อนๆ เพื่อให้กลิ่นหอมของซุปซึมเข้าในเนื้อล็อบสเตอร์

"เมนูนี้ถ้าทำเองที่บ้านแล้วหาล็อบสเตอร์ไม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นกุ้งแทนก็ได้ เลือกผลไม้ที่เราชอบนำมาปั่น ผลไม้ที่เราชอบสามส่วน ผลไม้ที่เราไม่ค่อยชอบ แต่รู้ว่าให้สารอาหารสูง อีกหนึ่งส่วน วันนี้ผมใส่โกจิเบอร์รี กับซีบัคธอร์นอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อให้มีรสชาติและกินเข้าไปแล้วเฮลธ์ตี้ ถ้าไม่ใช้แคนตาลูป ก็ใช้แตงโมกับใส่มะนาวใส่ลงไป หรือแตงโมกับแครอท เลือกผลไม้ที่เรากินแล้วรู้สึกเย็นๆ ดับอากาศร้อน กินแล้วสดชื่น เนื้อกุ้งสไลซ์บางๆ ใส่ลงไปตามใจชอบเพราะเป็นซุป น้ำซุปเมนูนี้ความหวานได้จากผลไม้ การปรุงแต่งแทบไม่มีเลย เป็นรสที่ได้จากธรรมชาติจากผลไม้ที่เราเลือกมา" เชฟกอสิน กล่าว

เมนู แคนตาลูป ไอซ์ คริสตัล ซุป ให้พลังงาน 140.17 กิโลแคลอรี โปรตีน 2.81 กรัม คาร์โบไฮเดรต 16.92 กรัม ไขมัน 2.25 กรัม และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากผลไม้ตระกูลเบอร์รีและวิตามินเอ

กะทิธัญพืชเพื่อสุขภาพ

เมนูฟิวชั่นเพื่อสุขภาพจานนี้ Grilled Cod with Red Curry เนื้อปลาค็อดกับแกงแดงของไทย สูตรของ ชวลิต ยิ้มประเสริฐ ไทย ควิซีน เชฟ เมนูนี้เราได้เรียนรู้การทำแกงแดงโดยไม่ใช้กะทิจากมะพร้าว แต่เป็นกะทิจากธัญพืช เชฟชวลิตเลือกปรุงกะทิขึ้นด้วยน้ำมันจากเมล็ดทานตะวัน น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง รสชาติกะทิจะเบาลง ลดความมันและความรู้สึกเหนียวๆ ปากของกะทิที่ได้จากมะพร้าว

เมนูนี้เป็นเรื่องการเลือกใช้น้ำมันที่ดี เลือกใช้ปลาค็อดซึ่งมีโอเมก้าทรี และเครื่องเทศไทยหลายอย่างที่มีสรรพคุณเชิงสมุนไพร และยังนำเทคโนโลยี เครื่องวัดอุณหภูมิ มาใช้ประกอบการปรุงอาหาร เนื่องจากเชฟไม่ต้องการให้ซอสเครื่องแกงเดือด เพราะจุดเดือดจะทำให้ไขมันแตก เช่นเดียวกับความร้อนที่สูงเกินไปจะทำให้โมเลกุลแตกตัว เป็นผลให้คุณค่าอาหารสูญสลายไปกับความร้อน แต่ขณะเดียวกันการปรุงอาหารก็ควรใช้ความร้อนอย่างต่ำ 60 องศาเซลเซียส เพราะถ้าความร้อนต่ำกว่านี้ เชื้อโรคจะยังไม่ตาย นี่คือการให้ความสำคัญกับการปรุงอาหารอีกรูปแบบหนึ่ง แทนที่จะปล่อยให้อุณหภูมิสูงเกินความจำเป็นหรือเกินพอดี ทำให้โมเลกุลอาหารแตก รสชาติเสียหรือเสียคุณค่าสารอาหาร เราก็สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทำอาหารได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น และรสชาติดีขึ้นด้วย

ปลาค็อดแกงไทยจานนี้ให้พลังงาน 262.8 กิโลแคลอรี โปรตีน 21.62 กรัม คาร์โบไฮเดรต 15.57 กรัม ไขมัน 12 กรัม

โอเมก้าทรีและกลุ่มวิตามิน

เมนูจานปลาอีกหนึ่งจาน Salmon Carpaccio เจ้าของสูตรคือ จิรโรจน์ นาวานุเคราะห์ เอ็กเซ็คคูทีฟ ซู เชฟ อธิบายอาหารชนิดว่า คำว่าคาร์แพคชิโอ (carpaccio) หมายถึงเนื้อสัตว์ดิบ (เนื้อหรือปลาก็ได้) นำมาสไลซ์บางๆ ราดด้วยน้ำมันมะกอกหรือบีบมะนาว เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยสไตล์อิตาเลียน เขานำมาดัดแปลงโดยใช้แซลมอนสด เพิ่มสลัดเข้าไปให้เป็นอาหารที่ไม่หนักท้อง มีเกรฟฟรุตให้ความเปรี้ยว เดรสซิ่งมิ้นต์โยเกิร์ตไขมันต่ำ ผสมกับมายองเนส ทำซอสปั่นซึ่งเสร็จแล้วก็สามารถราดหน้าได้เลย แต่ครั้งนี้นำซอสปั่นมาใส่ในกระบอกวิปครีม เพื่อให้การจัดจานดูโมเดิร์นมากขึ้น

สุขภาพจานนี้ได้จากคุณค่าโอเมก้าทรีจากเนื้อปลาแซลมอนสดและดิบ ไขมันชนิดดีจากเนื้อปลาแซลมอนช่วยเรื่องผิวหนัง ผิวมีรอยเหี่ยวย่น ผิวแห้งฤดูหนาว เนื้อปลาที่มีโอเมก้าทรีสูงๆ จะช่วยให้ผิวเราชุ่มชื่นขึ้น น้ำสลัดเชฟให้ความสำคัญว่าต้องเป็นตระกูลส้ม ในที่นี้คือเกรฟฟรุต และยังมีโยเกิร์ต ซึ่งมีไขมันต่ำกว่าการใช้มายองเนส เหล่านี้ช่วยในเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ และสารในกลุ่มวิตามินที่ให้ประโยชน์กับร่างกายอีกหลายอย่างที่มาจากพืช

แซลมอนจานนี้ให้พลังงาน 210.15 กิโลแคลอรี โปรตีน 10.10 กรัม คาร์โบไฮเดรต 2.79 กรัม ไขมัน 17.69 กรัม

ซูเปอร์ฟรุต

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน Strawberry Millefeuille สร้างสรรค์สูตรนี้โดย ธนิต จินดาอินทร์ คัสโตเมอร์ ดีเวลลอปเปอร์ เชฟ ของยูนิลีเวอร์ฯ คำว่า มิลเฟย (Millefeuille) เป็นขนมฝรั่งเศสชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นแป้งพัฟฟ์คั้นด้วยครีมและมีผลไม้สดสอดไส้ตรงกลาง

เชฟธนิตอธิบายว่า ส่วนผสมหลักของขนมชนิดนี้คือแป้ง น้ำตาล เกลือ เนย น้ำเย็น ผสมเข้าด้วยกัน รีดแป้งที่ผสมได้ให้เป็นแผ่น แล้วนำไปอบให้กรอบ ส่วนตัวครีมประกอบด้วยไข่แดง แป้งข้าวโพด น้ำตาล นมร้อน นำมาตีเข้าด้วยกันจนเซตตัว แล้วจึงผสมกับวิปปิ้งครีมไขมันต่ำ ของหวานเมนูนี้เน้นแป้งให้น้อย เน้นผลไม้ให้เยอะ เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมเชอร์เบทไขมันต่ำ

ผลไม้ที่เชฟธนิตเลือกใช้คือสตรอว์เบอร์รีสด ซึ่งนักโภชนาการบอกว่า เป็นผลไม้ที่ติดอันดับสุดยอดซูเปอร์ฟรุตที่มีวิตามินซีสูง บางคนพยายามรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคอลลาเจน แต่ผู้ซึ่งรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสม่ำเสมอ ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้จากการที่ได้รับวิตามินซีพอเพียง โดยไม่ต้องพึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

สตรอว์เบอร์รี มิลเฟยจานนี้ให้พลังงาน 107.55 กิโลแคลอรี โปรตีน 1.07 กรัม คาร์โบไฮเดรต 17.91 กรัม ไขมัน 4.88 กรัม ความกรอบ-บางของแป้งพัฟฟ์ ครีมสดเย็นๆ และความเปรี้ยวของสตรอว์เบอร์รีสดกับไอศกรีมเชอร์เบท เป็นความกลมกล่อมที่ให้ความรู้สึกสดชื่น

ดูดีและสุขภาพดี

การรับประทานอาหารไม่ว่าจะนอกบ้านหรือทำกินเอง ต่างก็เป็นไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมเฉพาะบุคคล แต่หากต้องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีและเพื่อให้รูปร่างแลดูดี ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ มีคำแนะนำสำหรับการเลือกรับประทานจากเมนูนอกบ้านครั้งต่อไป ดังนี้
# หลีกเลี่ยงหรือลดรับประทานอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล
# เพิ่มสัดส่วนการรับประทานผักและผลไม้ในอาหารแต่ละมื้อ
# เลือกรับประทานอาหารที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสุขภาพ เช่น บริโภคเนื้อปลาแทนเนื้อสัตว์ประเภทอื่น เลือกรับประทานอาหารญี่ปุ่น เพราะให้พลังงานน้อยแต่ได้คุณค่าทางอาหาร
# จำกัดปริมาณอาหารและพลังงานทางแคลอรีที่รับประทานต่อวัน

อย่างที่ทุกคนทราบกัน เรามีวัตถุดิบหลากหลายในท้องตลาด ทำไมไม่หยุดคิดสักนิดในการเลือกรับประทาน เลือกแหล่งที่มาของวัตถุดิบ เลือกวัตถุดิบให้เหมาะกับอาหารที่จะปรุง เลือกวิธีปรุง เพื่อให้ตนเองได้อาหารที่มีคุณค่าทั้งในโภชนาการและรสชาติ

เพื่อสุขภาพที่ดี

Monthly Celebration & Birthday Party - 2011

HAPPY BIRTH DAY!!!!!!


อิ่มอร่อยและสนุกสนานกันไปถ้วนหน้า กับ ปาร์ตี้ประจำเดือนพฤษภาคม ที่จัดขึ้นในวันที่ 25 ที่ผ่านมา เชื่อเลยว่าเพื่อนพนักงานทุกคนต่างตั้งตารอคอยวันนี้ ... เพราะอะไร...เพราะอาหารหลากหลาย และอร่อยกว่าทุกวันนำมาเสริฟให้กับพวกเราทุกคนในวันนี้เท่านั้น รวมทั้งเรายังมีโอกาสได้มาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับหัวหน้างาน และเพื่อนๆพนักงานของเราที่มีวันคล้ายวันเกิดอยู่ในเดือนนี้ด้วย สิ่งสำคัญอีกอย่างสำหรับงานปาร์ตี้นี่ก็คือ กราประกาศค่าบริการที่เราจะได้รับสิ้นเดือนนี้ และ เชื่อว่าเพื่อนๆคลจะหายเหนื่อยกันนิดหน่อยเมื่อได้ฟังคุณอังคณา ผู้จัดการแผนกการเงิน ประกาศผลตอบแทนจากความเหน็ดเหนื่อยตลอดเดือนที่ผ่านมา ปลายนี้นี้ เราทุกคนจะได้รับค่าบริการ 8,500 บาท เย้ๆๆๆ...อะอะ อย่าใช้หมดนะค่ะ ได้มามากก็ออย่าลืมแบ่งออมไว้เผื่อฉุกเฉินบ้างนะคะ ใครที่เก็บเงินไม่อยู่เคยอยู่ ทั้งที่อยากมีเงินออมแทบตาย ติดตามในคราวหน้า DPSB Society จะเอาวิธีมาบอกค่ะ

24 พฤษภาคม 2554

ชวนชาวDPSB Society เที่ยวเมืองโบราณ พร้อมนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา

มหาพุทธบารมี พระบรมสารีริกธาตุ ศรีลังกา-สยามประเทศ ฟรีบัตรผ่านประตู !!

เมืองโบราณ สมุทรปราการ  ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านเข้าร่วมงาน มหาพุทธบารมี พระบรมสารีริกธาตุ ศรีลังกา-สยามประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-16 มิถุนายน  2554 นี้ เวลา 08.00 – 17.00 น. ภาย ในงานร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา, พระอรหันตธาตุ พร้อมทั้งอัฐิธาตุของหลวงตามหาบัว ญาณ สัมปันโน จากวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี และอัฐิธาตุอริยสงฆ์จากทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2709 1644 – 8 , 0 2323 4055 -9  หรือ www.ancientsiam.co

20 พฤษภาคม 2554

Re-Orientation for NEXTGEN Group #1


จบหลักสูตรภาคปฏิบัติ และรับความรู้ที่ไม่สามารถหาได้จากไหนอีกแล้วกันไปเรียร้อยสำหรับ โครงการ NEXTGEN กลุ่มที่ 1 ซึ่งตัวแทนของกลุ่มนี้ได้เข้าไปบรรยายความรู้สึกที่มีต่อโครงการนี้ ณ การประชุมพนักงาน Town Hall Meeting เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา วันนี้คุณครูณัฐธิดา จึงได้จัดห้องเรียน Re-Orientation ขึ้นที่ห้อง Training เพื่อปรับความรู้พื้นฐานใหม่ รวมถึงสรุปและให้ความรู้เพิ่มเติมกับกลุ่ม NEXTGEN กลุ่มแรกนี้เพื่อที่พวกเขาจะได้นำความรู้ความสามารถที่ได้ไปพัฒนาการทำงานประจำวันต่อไป
โอกาสดีๆแบบนี้ต้องรีบคว้านะค่ะ ส่วนเพื่อนพนักงานท่านไหนสนใจอยากเข้าร่วมโครงการนี้สามารถสอบถามได้ที่คุณณัฐธิดา ที่เบอร์ต่อภายใน 2158 

Athit's Eyes on Japan Earthquake - Opening Photo Exhibiton

เปิดงานไปเรียบร้อยแล้วสำหรับนิทรรศการภาพถ่าย “Athit’s Eyes on Japan Earthquake” ซึ่งโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส ศรีนครินทร์, กรุงเทพฯ และคุณอธิษฐ์ พีระวงศ์เมธา ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อร่วมระลึกถึงและให้กำลังใจผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และซึนามิครั้งใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง Cannon ได้สนับสนุนการพิมพ์รูปภาพที่นำมาจัดแสดงทั้งหมด คุณอธิษฐ์ เป็นช่างภาพอิสระชา;ไทยเพียงท่านเดียวที่เข้าถึงพื้นที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ-ไดอิจิได้ในระยะใกล้ที่สุด ได้นำเสนอและถ่ายทอดเรื่องราวความสูญเสียผ่านภาพถ่ายที่มุมมองอย่างเป็นเอกลักษณ์ของเขาสู่สายตาชาวโลก โดยภาพถ่ายของคุณอธิษฐ์ยังได้เลือกให้เผยแพร่ใน Time Magazine Website และ CNN News กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา รายได้จากการขายภาพนั้นจะมอบให้กับ สภากาชากไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติในประเทศไทยต่อไป
สุดท้ายนี้ ต้องของขอบคุณเพื่อนพนักงานทุกคน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันและทำให้การจัดนิทรรศการครั้งนี้สำเร็จด้วยดี
และเพื่อนนักงานอยากดุรูปภาพมากกว่านี้สามารถชมได้ที่ Facebook ของโรงแรมเราค่ะ

Khun Naksith HRM - Birthday Surprise

มอบเซอร์ไพรส์ให้คุณนักสิทธ์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ณ ห้องศรีนครินทร์ 2 ระหว่างการประชุมพนักงาน หรือTown Hall Meeting ครั้งที่ 3 เริ่มจากการฉายวิดีโอ รวมภาพน่ารักๆของเจ้าของวันเกิด ซึ่งจัดทำขึ้นโดยคุณณัฐธิดา, คุณโสภิดา และคุณบุญศิริ และเซฟสุนัยก็นำเค้กวันเกิดเข้ามาและเพื่อนๆพนักงานร่วมร้องเพลงอวยพร